หากมาติปสำคัญกว่าคูตี้

ในฐานะเด็กหงส์ ผมพอรู้เรื่องความรู้สึกของคนคอเดียวกันข้างหลังเกมบุกแพ้บอร์นมัธ 3-4 ที่กระแสสังคมแรงมาก แรงขนาดคนโลกงามแล้วก็ลูกคุณหนูใช้ชีวิตอยู่ยาก
แม้กระนั้นในอีกด้านหนึ่ง ผมกลับเห็นด้วยกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ให้สัมภาษณ์ข้างหลังเกมว่าไม่โกรธเลย เมื่อเห็นความพยายามของลูกทีมว่าทำเต็มกำลังแล้ว
บางเว็บในบ้านเราไปพาดหัวเรื่องทำนองคล็อปป์ยัวะเต็มที่ที่กลุ่มพลาดจากสามแต้ม ผมล่ะสนเท่ห์ใจว่าไปมั่วแปลมาจากไหน
ทำไมถึงเห็นด้วยกับคล็อปป์ ? ทดลองดูตัวผู้เล่นตอนจบเกมสินะครับ ไม่มี ฟิลิปเป้ คูว่ากล่าวนโญ่ ไม่มี ซาดิโอ มาเน่ ไม่มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่มี โฌแอล มาว่ากล่าวป
แถม อดัม ลัลลาน่า เพิ่งจะหายเจ็บกลับมาลงเล่นในตอน 20 นาทีท้ายที่สุด
แต่ละชื่อที่เอ่ยมานี้ ล้วนคือตัวหลัก เป็นโลโก้คนหามหงส์บนขวดน้ำปลาทั้งสิ้นเลยหนา
ผมรู้เรื่องว่าสถานการณ์คงจะพาไปที่ทำให้แฟนบอลโกรธจัด เดือดดาลถึงขั้นรับไม่ได้ แล้วก็โซเชียลถล่มด้วยเสียงติเตียน ด่าว่า ทั้งๆที่กลุ่มเพิ่งจะแพ้แค่นัดที่ 2 ของฤดูกาล แล้วก็เป็นหนแรกในรอบ 16 เกมหลังสุดทุกรายการ
หากเกมนี้ลิเวอร์พูลจะแพ้Fun883-4 โดยที่ตามหลัง 1-4 หรือ 0-3 และไม่มีนักเตะตัวหลักๆข้างต้น แฟนบอลคงจะพอยอมรับได้
แม้กระนั้นที่ทำให้ยากจะเข้าดวงใจแล้วก็ทำใจได้ก็คือพวกเขานำ 2-0 จากนั้น 3-1 เมื่อเหลือไม่ถึง 15 นาทีท้ายที่สุด แม้กระนั้นดันปลดปล่อยให้โดนรัวสามประตูรวด
ใช่นะครับ กลุ่มระดับนี้หรือมีเป้าหมายลุ้นแชมป์ ไม่ควรปลดปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้อย่างที่หลายท่านว่า แม้กระนั้นหากมองในแง่ดี ผมนับว่ามันคือ reality check สำหรับคล็อปป์ที่มาได้ถูกจังหวะถูกเวลา
แล้วก็คงจะจำเป็นต้องช่วยกันภาวนาว่าสามคะแนนที่หลุดมือไปจากดีน คอร์ท จะคุ้มกว่ากันมากในระยะยาว หากมันทำให้คล็อปป์เห็นปัญหา เห็นข้อบกพร่อง เห็นความจริง
แล้วก็ความจริงข้อแรกที่จำเป็นต้องเห็นก็คือการขาด โฌแอล มาว่ากล่าวป เสียหายหนักหน่วงกว่าการไม่มี ฟิลิปเป้ คูว่ากล่าวนโญ่ หลายเท่า
หลายท่านมัวกลุ้มใจที่พ่อมดแซมบ้าจะไม่ได้กลับมาเล่นจนกระทั่งตอนกลางเดือนมกราคม แม้กระนั้นความจริงแล้ว อะไหล่ตัวรุกในมือของคล็อปป์ มีมากเกินพอทดแทนกันได้อยู่
เสมือนที่โอริกี้ได้พิสูจน์ด้วยการยิงสามประตูในสามนัดตั้งแต่ถูกเปลี่ยนลงแทนคูตี้ ในครึ่งหลังกับซันเดอร์แลนด์
ยังมีสเตอร์ริดจ์ รอหายเจ็บกลับมาช่วยอีกแรง
แม้กระนั้นในทางกลับ มาว่ากล่าวปทิ้งหลุมมโหฬารระดับอุกกาบาตตกในแนวรับของลิเวอร์พูล เมื่อเจ้าตัวมีลักษณะอาการเจ็บ ไม่ฟิตพอกระทั่งใส่ชื่อนั่งสำรอง
หลายท่านสงสัยว่าทำไมคล็อปป์ไม่เลือกส่ง รักนาร์ คลาวาน เซนเตอร์แบ็กอาชีพ แม้กระนั้นผ่าไปเชื่อใจ ลูคัส เลวา ที่ออกจะเป็นกองข้างหลังจำแลงจำแลงเสียมากกว่า
เหตุผลคงจะเนื่องจากว่าคล็อปป์ยังฝังใจกับการจับคู่ระหว่าง เดจนกระทั่ง ลอฟเรน กับคลาวาน ที่ปรากฏหลักฐานเพียงแค่สองครั้งในช่วงฤดูกาลนี้
ออกสตาร์ตครั้งแรกด้วยการเสียสามประตูให้อาร์เซน่อล (ภายหลังลิเวอร์พูลนำ 4-1)
แล้วก็นัดต่อมาบุกไปโดนเบิร์นลี่ย์เผา 2-0 โดยเฉพาะประตูตอกฝาหีบศพ คลาวานนับว่ารับไปเต็มๆ
หลังจากนั้นมา มาว่ากล่าวปคือตัวหลัก โดยมีลอฟเรนโดนจับคู่ด้วยเป็นส่วนมาก ช่วงเวลาที่คลาวานได้โอกาสในบอลถ้วยด้วยการยืนกับ ลูคัส เลวา

หรือหากอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น คล็อปป์มองดูมาว่ากล่าวปกับเลวา เช่นเดียวกันหนึ่ง แล้วก็มองดูลอฟเรน กับคลาวาน เช่นเดียวกันอีกหนึ่ง
สมมุติหากเกมกับบอร์นมัธ คนที่หายไปเปลี่ยนเป็นลอฟเรน ผมเชื่อว่าคล็อปป์จะโยนคลาวานลงคู่มาว่ากล่าวป เสมือนที่เคยใช้งานในนัดชนะฮัลล์ 5-1 ตอนลอฟเรนตาบวมปูมจากการซ้อม
ตรงนี้คือที่มาว่าทำไมคล็อปป์เลือกลอฟเรน-เลวา เป็นหัวใจของแนวรับ
แม้กระนั้นก็นั่นแหละ บอร์นมัธช่วยแหวกแผลให้เห็น แล้วก็คล็อปป์คงจะตาสว่างว่าแม้การเล่นด้วยกันได้ของกองข้างหลังคู่นี้ แม้กระนั้นก็ไม่มีใครที่จะก้าวออกมานำกลุ่ม เป็น Boss สั่งการ คุมสถานการณ์ในยามที่กลุ่มกลายเป็นฝ่ายพลาดท่า
เพียงแค่บอร์นมัธยังทำให้เกิดปัญหากระทั่งระส่ำทำนบแตกถึงสามครั้งสามครั้งในเวลาไม่ถึง 20 นาที นับประสาอะไรหากไปเจอกลุ่มระดับหัวตารางที่มีแนวรุกพระกาฬกว่านี้
นี่คือหลักฐานแจ่มชัดมากกว่ากล้องวงจรปิดว่าเหตุผลที่ลอฟเรนดูอย่างกับว่าเล่นดีขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ ก็เนื่องจากว่าการได้ความนิ่ง แน่ๆ แล้วก็เหนือชั้นของมาว่ากล่าวปมาช่วยพยุง
แม้กระนั้นเมื่อจำเป็นต้องฉายโดดเดี่ยวเอง แล้วก็มีตัวเข้าคู่อย่าง ลูคัส เลวา แนวรับของลิเวอร์พูล พังทลายเป็นแถบๆนะครับ
ย้อนกลับไปดูแต่ละประตูที่โดน นับว่าเป็นจังหวะที่หลีกเลี่ยงได้เกือบจะทั้งนั้น หรืออย่างต่ำ ควรสามารถผ่อนหนักให้เป็นค่อย ในเมื่อฟอร์มของผู้เฝ้าประตูอย่าง ลอริส ค้างริอุส ยังไม่เข้าที่เข้าทาง จำเป็นต้องปรับตัวอีกมากมาย
ลูกแรก บอลสาดยาวของบอร์นมัธไปด้านหน้า ลอฟเรนอยู่ในเหลี่ยมเหนือกว่า สถานการณ์ไม่ส่อเค้าอันตรายเลย เพียงแค่มี คัลลั่ม วิลสัน วิ่งตามมากดดัน แม้กระนั้นกองหลังลิเวอร์พูล มีทางเลือกเล่นให้ไม่มีอันตรายด้วยการหวดจัดการก็จบ
แม้กระนั้นลอฟเรนกลับอยากโชว์เหนือ เสมือนที่เคยพยายามทำมาบ่อยมาก แล้วก็ตอนนี้ตั้งอกตั้งใจโหม่งให้สหาย แม้กระนั้นดันกะจังหวะผิด น้ำหนักค่อยเกินความจำเป็น โดนคู่แข่งแย่ง กระทั่งตกระกำลำบาก เจมส์ ไม่ลเนอร์ ไปทำฟาวล์เสียจุดลูกโทษ
มันไม่ควรเกิดเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เหมือนกับประตูลำดับที่สอง โอริกี้จ่ายยัดเข้ากึ่งกลางไปโดน แจ็ค วิลเชียร์ ตัดแล้วก็เปิดเกมโต้กลับจากหน้าเขตโทษตนเอง นั่นคือพลาดดอกแรก
พลาดดอกสองในจังหวะที่ลอฟเรนไม่อ่านใจตัวเปิด มัวยืนห้อยต่ำเป็นคนท้ายที่สุดทำให้บอร์นมัธทะลุมาถึงเส้นข้างหลัง แล้วก็หักย้อน 45 องศา กลับมาแถวเส้นกรอบเขตโทษ
พลาดดอกสามในการเสียประตูนี้ คือผู้เล่นลิเวอร์พูลทั้งสิ้น เทถลำไปข้างหน้าทั้งสิ้น แล้วก็มันถูกถอดแบบมาเช่นเดียวกันเป๊ะกับประตูที่สามของบอร์นมัธ ที่ สตีฟ คุ้ก เกี่ยวบอลลงก่อนตวัดยิงเข้าไป
วินาทีที่บอลถูกเปิดจากข้างๆเกือบจะสุดเส้นข้างหลัง แล้วก็ย้อนกลับมาเหนือจุดลูกโทษจนกระทั่ง สตีฟ คุ้ก มันจำเป็นต้องเดินทางผ่านนักเตะหงส์มาถึง 7 คนที่พร้อมใจกันถลำไปด้านหน้าด้วยหวังจะบล็อกการเปิดขนานเส้นมาหน้าประตู
นี่คือสิ่งที่ใช้ในการยืนยันว่าแนวรับลิเวอร์พูลไม่มีการสื่อสาร ขาดการจัดกฎระเบียบที่ดี ไมมีผู้ใดกันโต้แย้งว่าทุกคนทุ่มเท พยายามสุดชีวิต แม้กระนั้นการทำงานแบบก้มหน้าก้มตา มารุมมาตุ้มทำสิ่งเดียวกัน โดยไม่มีแผน มีเป้าหมาย มีการจัดระเบียบทีมงาน ท้ายที่สุดก็ย่อมเจ๊ง
แล้วก็หากไม่พอใจ ประตูกลับแดนนรกของบอร์นมัธกระทืบความวอดวายในเกมรับแบบมั่วสิ้นดีของลิเวอร์พูล
จังหวะนั้น จอร์ดอน ไอบ์ ครอบครองบอลอยู่ข้างๆสนาม โดยหันหลังให้ประตู มีลัลลานา คุมเชิงระยะประชิด ดูแล้วยังไงก็ไม่รอด ไอบ์คงจะจำเป็นต้องมองหาทางจ่ายบอล โดยเฉพาะ สตีฟ คุ้ก ที่ยืนว่างห่างออกไปอีกราวสิบหลา
แม้กระนั้นไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด จอร์จินโย่ ไวนัลดุม เข้าไปรุมไอบ์ แม้กระนั้นอดีตนักเตะลิเวอร์พูล ฉลาดพอเมื่อเห็นว่าดึงคู่แข่งมาได้ถึงสองคน รีบคายบอลออกมาให้คุ้ก แตะเข้ากึ่งกลาง แต่งเหลี่ยมแล้วกดเต็มหลอดโดยไม่มีตัวบล็อกหน้า

กระทั่ง เนธาเนียล ไคลน์ ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เนื่องจากว่ามัวเงอะงะๆงะๆจะเฝ้าแม้กระนั้นในเขตโทษ ปลดปล่อยให้คุ้กใส่เต็มข้อล่อเต็มแข้งแบบแน่ชัด
ทั้งสิ้นนี้คือข้อผิดพลาดที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ของแนวรับลิเวอร์พูล และไม่มีทางไม่ยอมรับว่าการขาดมาว่ากล่าวปเพียงแค่ผู้เดียว สั่นไปถึงดาวพลูโต
โดยสถิติมันก็แทบไม่น่าเชื่อว่าตั้งแต่เปิดฤดูกาล มาว่ากล่าวปพลาดเกมลีกไป 3 นัด แล้วก็ปรากฏว่าหงส์แดงเสียประตูให้อาร์เซน่อล 3, เบิร์นลี่ย์ 2 แล้วก็นัดนี้กับบอร์นมัธ อีก 4
เบ็ดเสร็จเสียถึง 9 ลูก หรือเฉลี่ยโดนนัดละสาม
ช่วงเวลาที่กองหลังแคเมอรูนลงเล่นไป 11 เกม แม้กระนั้นกลุ่มโดนเจาะไปเพียง 11 ประตู แล้วก็ที่คอนเฟิร์มจุดสำคัญของเขา เมื่อมีแค่นัดเดียวที่ลิเวอร์พูลเสียเกินหนึ่งลูก คือเกมบุกชนะพาเลซ 4-2
เด็กหงส์คงจะจำได้ว่าเสียประตูแรกก็มาจากความเฟอะฟะเตะผิดของลอฟเรน ปลดปล่อยให้ เจมส์ แม็คคาร์ธี่ โหม่งสวนตัวค้างริอุส
สถิติของอ็อปต้า พูดว่าแนวรับลิเวอร์พูลชุดนี้บกพร่องหมดแล้วทั้งไคลน์ (เบิร์นลี่ย์), ลอฟเรน (พาเลซ, บอร์นมัธ), เลวา (เลสเตอร์), คลาวาน (เบิร์นลี่ย์) แม้กระนั้นเว้นเสียแต่มาว่ากล่าวป เว้นแต่ไม่เคยพลาดถึงขั้นเสียประตู เขายังไม่พลาดให้คู่แข่งได้ลุ้นยิงแม้กระทั้งครั้งเดียว
ยิ่งเห็นหน้าที่ของมาว่ากล่าวปมากเท่าไหร่ ยิ่งน่ากังวลสุขภาพของแนวรับลิเวอร์พูล โดยเฉพาะเมื่อนักเตะจะต้องกลับไปช่วยกลุ่มแคเมอรูน ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ตั้งแต่กลางเดือนหน้า (4 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์)

ยูธลีกศึกฟุตบอลดีที่น่าทำต่อไป

เห็นทางการกีฬาแห่งประเทศไทย สู้หน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประลองฟุตบอลยูธลีกหรือฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ
แรกๆที่ได้เห็นการประลองฟุตบอลรายการนี้ ตัวผมเองก็เห็นว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย เอาเงินมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำรึเปล่า
จัดแล้วมันจะมีสาระอะไรกับบรรดาเยาวชนในต่างจังหวัด อย่างที่วางเป้าบอลรายการนี้รึเปล่า มันก็คือ การถักฝันบอลไทยไปบอลโลก
เพราะมีเสียงก่นดุด่าจากครูฝึกกลุ่มฟุตบอลในต่างจังหวัด บ่นมาว่า การจัดการประลองในรอบเลือก หลายๆสนามจัดแบบพอเป็นพิธี ไม่มีความพร้อมเพรียงในเรื่องของสนามแข่ง ที่สภาพสนามราวกับเตะอยู่ในสนามหนองหมาว้อ
ผู้ตัดสินที่เอามาทำหน้าที่ ก็ราวกับเอาลูกจ้างทำถนนมาทำหน้าที่ เป่าไม่ทันเกม เป่าแบบผิดๆถูกๆราวกับไม่เคยทำหน้าที่สิงห์เชิ้ตดำมาก่อน
สิ่งพวกนี้ล้วนเป็นเสียงบ่นของบรรดากุนซือในต่างจังหวัด ที่ฝากถึงผู้ใหญ่ในการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบกับการประลองฟุตบอลรายการนี้
มั่นใจว่าในปีหน้าถ้าหากมีการจัดการประลองฟุตบอลยูธลีกขึ้นมาอีก ทาง กกท. จำเป็นต้องส่งคนลงไปแก้ไขไม่ให้สถานการณ์พวกนี้เกิดขึ้นอีกแต่ว่าภายหลังจากบอลยูธลีก ผ่านรอบเลือกเข้ามาถึงรอบในที่สุดที่เตะแบบเหย้ากับเยี่ยม 2 นัดหมายตกรอบ
ทำให้ตัวผมเองแลเห็นแล้วว่า ฟุตบอลรายการนี้จัดขึ้นมาแล้วมีสาระต่อวงการฟุตบอลของประเทศไทยจริงๆเพราะเหตุว่าพวกเราได้มีโอกาสเห็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีในระดับ เกรด เอ ของประเทศไทยลงสนามฟาดหน้าแข้ง ทั้งรุ่นอายุ 13, 15, 17 แล้วก็ 19 ปี ที่หลายท่านสามารถก้าวติดกลุ่มเยาวชนได้อย่างสบายในอนาคตแต่มองไม่เห็นคนทำทีมฟุตบอลในระดับเยาวชนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาดูนักฟุตบอลรายการนี้เลย
จะมีคนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้าดูก็เป็นพวกวัยรุ่นที่เดินดวงจันทร์ว่งเท้าไป แกว่งไกวเท้ามาในสนามแบบไม่มีประโยชน์ราวกับมาแสดงตัวว่า…เราเด็กของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ ที่มีความสนใจในฟุตบอลรายการนี้แบบเดียวกัน
แต่ว่าไม่ได้เข้ามาดูเด็กฝีเท้าดีลงสนามแข่ง มาเพื่อผู้ใหญ่ได้เห็นว่า มีคนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาในสนามเท่านั้น
ก็อยากจะบอกว่า ถ้าหากคนทำทีมฟุตบอลเยาวชนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาดูฟุตบอลรายการยูธลีก แล้วเก็บข้อมูลนักเตะเก่งๆในศึกฟุตบอลรายการนี้เอาไป
ในอนาคตการส่งกลุ่มฟุตบอลเยาวชนในรุ่นอายุต่างๆแทบจะไม่ต้องเปิดคัดเลือกตัวเด็กจากทั่วทั้งประเทศให้เสียเวล่ำเวลา เสียเงินเสียทอง เพราะเหตุว่านักเตะของแท้มีรายนามอยู่ในมือแล้ว
และก็ดีใจจริงๆที่ได้ยินจากปากของ "บิ๊กน้อย" ทนุเกียรติยศ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการกีฬาอาชีพแล้วก็มวย ผู้ผลักดันฟุตบอลรายการนี้ให้เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย
ประกาศออกมาแล้วว่า ศึกยูธลีก ครั้งที่ 2 จัดการประลองขึ้นในแน่นอนเพราะเหตุว่าทาง กกท. อนุมัติงบประมาณในการจัดการประลอง ออกมาเรียบร้อยแล้ว