หากมาติปสำคัญกว่าคูตี้

ในฐานะเด็กหงส์ ผมพอรู้เรื่องความรู้สึกของคนคอเดียวกันข้างหลังเกมบุกแพ้บอร์นมัธ 3-4 ที่กระแสสังคมแรงมาก แรงขนาดคนโลกงามแล้วก็ลูกคุณหนูใช้ชีวิตอยู่ยาก
แม้กระนั้นในอีกด้านหนึ่ง ผมกลับเห็นด้วยกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ให้สัมภาษณ์ข้างหลังเกมว่าไม่โกรธเลย เมื่อเห็นความพยายามของลูกทีมว่าทำเต็มกำลังแล้ว
บางเว็บในบ้านเราไปพาดหัวเรื่องทำนองคล็อปป์ยัวะเต็มที่ที่กลุ่มพลาดจากสามแต้ม ผมล่ะสนเท่ห์ใจว่าไปมั่วแปลมาจากไหน
ทำไมถึงเห็นด้วยกับคล็อปป์ ? ทดลองดูตัวผู้เล่นตอนจบเกมสินะครับ ไม่มี ฟิลิปเป้ คูว่ากล่าวนโญ่ ไม่มี ซาดิโอ มาเน่ ไม่มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่มี โฌแอล มาว่ากล่าวป
แถม อดัม ลัลลาน่า เพิ่งจะหายเจ็บกลับมาลงเล่นในตอน 20 นาทีท้ายที่สุด
แต่ละชื่อที่เอ่ยมานี้ ล้วนคือตัวหลัก เป็นโลโก้คนหามหงส์บนขวดน้ำปลาทั้งสิ้นเลยหนา
ผมรู้เรื่องว่าสถานการณ์คงจะพาไปที่ทำให้แฟนบอลโกรธจัด เดือดดาลถึงขั้นรับไม่ได้ แล้วก็โซเชียลถล่มด้วยเสียงติเตียน ด่าว่า ทั้งๆที่กลุ่มเพิ่งจะแพ้แค่นัดที่ 2 ของฤดูกาล แล้วก็เป็นหนแรกในรอบ 16 เกมหลังสุดทุกรายการ
หากเกมนี้ลิเวอร์พูลจะแพ้Fun883-4 โดยที่ตามหลัง 1-4 หรือ 0-3 และไม่มีนักเตะตัวหลักๆข้างต้น แฟนบอลคงจะพอยอมรับได้
แม้กระนั้นที่ทำให้ยากจะเข้าดวงใจแล้วก็ทำใจได้ก็คือพวกเขานำ 2-0 จากนั้น 3-1 เมื่อเหลือไม่ถึง 15 นาทีท้ายที่สุด แม้กระนั้นดันปลดปล่อยให้โดนรัวสามประตูรวด
ใช่นะครับ กลุ่มระดับนี้หรือมีเป้าหมายลุ้นแชมป์ ไม่ควรปลดปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้อย่างที่หลายท่านว่า แม้กระนั้นหากมองในแง่ดี ผมนับว่ามันคือ reality check สำหรับคล็อปป์ที่มาได้ถูกจังหวะถูกเวลา
แล้วก็คงจะจำเป็นต้องช่วยกันภาวนาว่าสามคะแนนที่หลุดมือไปจากดีน คอร์ท จะคุ้มกว่ากันมากในระยะยาว หากมันทำให้คล็อปป์เห็นปัญหา เห็นข้อบกพร่อง เห็นความจริง
แล้วก็ความจริงข้อแรกที่จำเป็นต้องเห็นก็คือการขาด โฌแอล มาว่ากล่าวป เสียหายหนักหน่วงกว่าการไม่มี ฟิลิปเป้ คูว่ากล่าวนโญ่ หลายเท่า
หลายท่านมัวกลุ้มใจที่พ่อมดแซมบ้าจะไม่ได้กลับมาเล่นจนกระทั่งตอนกลางเดือนมกราคม แม้กระนั้นความจริงแล้ว อะไหล่ตัวรุกในมือของคล็อปป์ มีมากเกินพอทดแทนกันได้อยู่
เสมือนที่โอริกี้ได้พิสูจน์ด้วยการยิงสามประตูในสามนัดตั้งแต่ถูกเปลี่ยนลงแทนคูตี้ ในครึ่งหลังกับซันเดอร์แลนด์
ยังมีสเตอร์ริดจ์ รอหายเจ็บกลับมาช่วยอีกแรง
แม้กระนั้นในทางกลับ มาว่ากล่าวปทิ้งหลุมมโหฬารระดับอุกกาบาตตกในแนวรับของลิเวอร์พูล เมื่อเจ้าตัวมีลักษณะอาการเจ็บ ไม่ฟิตพอกระทั่งใส่ชื่อนั่งสำรอง
หลายท่านสงสัยว่าทำไมคล็อปป์ไม่เลือกส่ง รักนาร์ คลาวาน เซนเตอร์แบ็กอาชีพ แม้กระนั้นผ่าไปเชื่อใจ ลูคัส เลวา ที่ออกจะเป็นกองข้างหลังจำแลงจำแลงเสียมากกว่า
เหตุผลคงจะเนื่องจากว่าคล็อปป์ยังฝังใจกับการจับคู่ระหว่าง เดจนกระทั่ง ลอฟเรน กับคลาวาน ที่ปรากฏหลักฐานเพียงแค่สองครั้งในช่วงฤดูกาลนี้
ออกสตาร์ตครั้งแรกด้วยการเสียสามประตูให้อาร์เซน่อล (ภายหลังลิเวอร์พูลนำ 4-1)
แล้วก็นัดต่อมาบุกไปโดนเบิร์นลี่ย์เผา 2-0 โดยเฉพาะประตูตอกฝาหีบศพ คลาวานนับว่ารับไปเต็มๆ
หลังจากนั้นมา มาว่ากล่าวปคือตัวหลัก โดยมีลอฟเรนโดนจับคู่ด้วยเป็นส่วนมาก ช่วงเวลาที่คลาวานได้โอกาสในบอลถ้วยด้วยการยืนกับ ลูคัส เลวา

หรือหากอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น คล็อปป์มองดูมาว่ากล่าวปกับเลวา เช่นเดียวกันหนึ่ง แล้วก็มองดูลอฟเรน กับคลาวาน เช่นเดียวกันอีกหนึ่ง
สมมุติหากเกมกับบอร์นมัธ คนที่หายไปเปลี่ยนเป็นลอฟเรน ผมเชื่อว่าคล็อปป์จะโยนคลาวานลงคู่มาว่ากล่าวป เสมือนที่เคยใช้งานในนัดชนะฮัลล์ 5-1 ตอนลอฟเรนตาบวมปูมจากการซ้อม
ตรงนี้คือที่มาว่าทำไมคล็อปป์เลือกลอฟเรน-เลวา เป็นหัวใจของแนวรับ
แม้กระนั้นก็นั่นแหละ บอร์นมัธช่วยแหวกแผลให้เห็น แล้วก็คล็อปป์คงจะตาสว่างว่าแม้การเล่นด้วยกันได้ของกองข้างหลังคู่นี้ แม้กระนั้นก็ไม่มีใครที่จะก้าวออกมานำกลุ่ม เป็น Boss สั่งการ คุมสถานการณ์ในยามที่กลุ่มกลายเป็นฝ่ายพลาดท่า
เพียงแค่บอร์นมัธยังทำให้เกิดปัญหากระทั่งระส่ำทำนบแตกถึงสามครั้งสามครั้งในเวลาไม่ถึง 20 นาที นับประสาอะไรหากไปเจอกลุ่มระดับหัวตารางที่มีแนวรุกพระกาฬกว่านี้
นี่คือหลักฐานแจ่มชัดมากกว่ากล้องวงจรปิดว่าเหตุผลที่ลอฟเรนดูอย่างกับว่าเล่นดีขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ ก็เนื่องจากว่าการได้ความนิ่ง แน่ๆ แล้วก็เหนือชั้นของมาว่ากล่าวปมาช่วยพยุง
แม้กระนั้นเมื่อจำเป็นต้องฉายโดดเดี่ยวเอง แล้วก็มีตัวเข้าคู่อย่าง ลูคัส เลวา แนวรับของลิเวอร์พูล พังทลายเป็นแถบๆนะครับ
ย้อนกลับไปดูแต่ละประตูที่โดน นับว่าเป็นจังหวะที่หลีกเลี่ยงได้เกือบจะทั้งนั้น หรืออย่างต่ำ ควรสามารถผ่อนหนักให้เป็นค่อย ในเมื่อฟอร์มของผู้เฝ้าประตูอย่าง ลอริส ค้างริอุส ยังไม่เข้าที่เข้าทาง จำเป็นต้องปรับตัวอีกมากมาย
ลูกแรก บอลสาดยาวของบอร์นมัธไปด้านหน้า ลอฟเรนอยู่ในเหลี่ยมเหนือกว่า สถานการณ์ไม่ส่อเค้าอันตรายเลย เพียงแค่มี คัลลั่ม วิลสัน วิ่งตามมากดดัน แม้กระนั้นกองหลังลิเวอร์พูล มีทางเลือกเล่นให้ไม่มีอันตรายด้วยการหวดจัดการก็จบ
แม้กระนั้นลอฟเรนกลับอยากโชว์เหนือ เสมือนที่เคยพยายามทำมาบ่อยมาก แล้วก็ตอนนี้ตั้งอกตั้งใจโหม่งให้สหาย แม้กระนั้นดันกะจังหวะผิด น้ำหนักค่อยเกินความจำเป็น โดนคู่แข่งแย่ง กระทั่งตกระกำลำบาก เจมส์ ไม่ลเนอร์ ไปทำฟาวล์เสียจุดลูกโทษ
มันไม่ควรเกิดเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เหมือนกับประตูลำดับที่สอง โอริกี้จ่ายยัดเข้ากึ่งกลางไปโดน แจ็ค วิลเชียร์ ตัดแล้วก็เปิดเกมโต้กลับจากหน้าเขตโทษตนเอง นั่นคือพลาดดอกแรก
พลาดดอกสองในจังหวะที่ลอฟเรนไม่อ่านใจตัวเปิด มัวยืนห้อยต่ำเป็นคนท้ายที่สุดทำให้บอร์นมัธทะลุมาถึงเส้นข้างหลัง แล้วก็หักย้อน 45 องศา กลับมาแถวเส้นกรอบเขตโทษ
พลาดดอกสามในการเสียประตูนี้ คือผู้เล่นลิเวอร์พูลทั้งสิ้น เทถลำไปข้างหน้าทั้งสิ้น แล้วก็มันถูกถอดแบบมาเช่นเดียวกันเป๊ะกับประตูที่สามของบอร์นมัธ ที่ สตีฟ คุ้ก เกี่ยวบอลลงก่อนตวัดยิงเข้าไป
วินาทีที่บอลถูกเปิดจากข้างๆเกือบจะสุดเส้นข้างหลัง แล้วก็ย้อนกลับมาเหนือจุดลูกโทษจนกระทั่ง สตีฟ คุ้ก มันจำเป็นต้องเดินทางผ่านนักเตะหงส์มาถึง 7 คนที่พร้อมใจกันถลำไปด้านหน้าด้วยหวังจะบล็อกการเปิดขนานเส้นมาหน้าประตู
นี่คือสิ่งที่ใช้ในการยืนยันว่าแนวรับลิเวอร์พูลไม่มีการสื่อสาร ขาดการจัดกฎระเบียบที่ดี ไมมีผู้ใดกันโต้แย้งว่าทุกคนทุ่มเท พยายามสุดชีวิต แม้กระนั้นการทำงานแบบก้มหน้าก้มตา มารุมมาตุ้มทำสิ่งเดียวกัน โดยไม่มีแผน มีเป้าหมาย มีการจัดระเบียบทีมงาน ท้ายที่สุดก็ย่อมเจ๊ง
แล้วก็หากไม่พอใจ ประตูกลับแดนนรกของบอร์นมัธกระทืบความวอดวายในเกมรับแบบมั่วสิ้นดีของลิเวอร์พูล
จังหวะนั้น จอร์ดอน ไอบ์ ครอบครองบอลอยู่ข้างๆสนาม โดยหันหลังให้ประตู มีลัลลานา คุมเชิงระยะประชิด ดูแล้วยังไงก็ไม่รอด ไอบ์คงจะจำเป็นต้องมองหาทางจ่ายบอล โดยเฉพาะ สตีฟ คุ้ก ที่ยืนว่างห่างออกไปอีกราวสิบหลา
แม้กระนั้นไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด จอร์จินโย่ ไวนัลดุม เข้าไปรุมไอบ์ แม้กระนั้นอดีตนักเตะลิเวอร์พูล ฉลาดพอเมื่อเห็นว่าดึงคู่แข่งมาได้ถึงสองคน รีบคายบอลออกมาให้คุ้ก แตะเข้ากึ่งกลาง แต่งเหลี่ยมแล้วกดเต็มหลอดโดยไม่มีตัวบล็อกหน้า

กระทั่ง เนธาเนียล ไคลน์ ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เนื่องจากว่ามัวเงอะงะๆงะๆจะเฝ้าแม้กระนั้นในเขตโทษ ปลดปล่อยให้คุ้กใส่เต็มข้อล่อเต็มแข้งแบบแน่ชัด
ทั้งสิ้นนี้คือข้อผิดพลาดที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ของแนวรับลิเวอร์พูล และไม่มีทางไม่ยอมรับว่าการขาดมาว่ากล่าวปเพียงแค่ผู้เดียว สั่นไปถึงดาวพลูโต
โดยสถิติมันก็แทบไม่น่าเชื่อว่าตั้งแต่เปิดฤดูกาล มาว่ากล่าวปพลาดเกมลีกไป 3 นัด แล้วก็ปรากฏว่าหงส์แดงเสียประตูให้อาร์เซน่อล 3, เบิร์นลี่ย์ 2 แล้วก็นัดนี้กับบอร์นมัธ อีก 4
เบ็ดเสร็จเสียถึง 9 ลูก หรือเฉลี่ยโดนนัดละสาม
ช่วงเวลาที่กองหลังแคเมอรูนลงเล่นไป 11 เกม แม้กระนั้นกลุ่มโดนเจาะไปเพียง 11 ประตู แล้วก็ที่คอนเฟิร์มจุดสำคัญของเขา เมื่อมีแค่นัดเดียวที่ลิเวอร์พูลเสียเกินหนึ่งลูก คือเกมบุกชนะพาเลซ 4-2
เด็กหงส์คงจะจำได้ว่าเสียประตูแรกก็มาจากความเฟอะฟะเตะผิดของลอฟเรน ปลดปล่อยให้ เจมส์ แม็คคาร์ธี่ โหม่งสวนตัวค้างริอุส
สถิติของอ็อปต้า พูดว่าแนวรับลิเวอร์พูลชุดนี้บกพร่องหมดแล้วทั้งไคลน์ (เบิร์นลี่ย์), ลอฟเรน (พาเลซ, บอร์นมัธ), เลวา (เลสเตอร์), คลาวาน (เบิร์นลี่ย์) แม้กระนั้นเว้นเสียแต่มาว่ากล่าวป เว้นแต่ไม่เคยพลาดถึงขั้นเสียประตู เขายังไม่พลาดให้คู่แข่งได้ลุ้นยิงแม้กระทั้งครั้งเดียว
ยิ่งเห็นหน้าที่ของมาว่ากล่าวปมากเท่าไหร่ ยิ่งน่ากังวลสุขภาพของแนวรับลิเวอร์พูล โดยเฉพาะเมื่อนักเตะจะต้องกลับไปช่วยกลุ่มแคเมอรูน ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ตั้งแต่กลางเดือนหน้า (4 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์)

ยูธลีกศึกฟุตบอลดีที่น่าทำต่อไป

เห็นทางการกีฬาแห่งประเทศไทย สู้หน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประลองฟุตบอลยูธลีกหรือฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ
แรกๆที่ได้เห็นการประลองฟุตบอลรายการนี้ ตัวผมเองก็เห็นว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย เอาเงินมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำรึเปล่า
จัดแล้วมันจะมีสาระอะไรกับบรรดาเยาวชนในต่างจังหวัด อย่างที่วางเป้าบอลรายการนี้รึเปล่า มันก็คือ การถักฝันบอลไทยไปบอลโลก
เพราะมีเสียงก่นดุด่าจากครูฝึกกลุ่มฟุตบอลในต่างจังหวัด บ่นมาว่า การจัดการประลองในรอบเลือก หลายๆสนามจัดแบบพอเป็นพิธี ไม่มีความพร้อมเพรียงในเรื่องของสนามแข่ง ที่สภาพสนามราวกับเตะอยู่ในสนามหนองหมาว้อ
ผู้ตัดสินที่เอามาทำหน้าที่ ก็ราวกับเอาลูกจ้างทำถนนมาทำหน้าที่ เป่าไม่ทันเกม เป่าแบบผิดๆถูกๆราวกับไม่เคยทำหน้าที่สิงห์เชิ้ตดำมาก่อน
สิ่งพวกนี้ล้วนเป็นเสียงบ่นของบรรดากุนซือในต่างจังหวัด ที่ฝากถึงผู้ใหญ่ในการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบกับการประลองฟุตบอลรายการนี้
มั่นใจว่าในปีหน้าถ้าหากมีการจัดการประลองฟุตบอลยูธลีกขึ้นมาอีก ทาง กกท. จำเป็นต้องส่งคนลงไปแก้ไขไม่ให้สถานการณ์พวกนี้เกิดขึ้นอีกแต่ว่าภายหลังจากบอลยูธลีก ผ่านรอบเลือกเข้ามาถึงรอบในที่สุดที่เตะแบบเหย้ากับเยี่ยม 2 นัดหมายตกรอบ
ทำให้ตัวผมเองแลเห็นแล้วว่า ฟุตบอลรายการนี้จัดขึ้นมาแล้วมีสาระต่อวงการฟุตบอลของประเทศไทยจริงๆเพราะเหตุว่าพวกเราได้มีโอกาสเห็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีในระดับ เกรด เอ ของประเทศไทยลงสนามฟาดหน้าแข้ง ทั้งรุ่นอายุ 13, 15, 17 แล้วก็ 19 ปี ที่หลายท่านสามารถก้าวติดกลุ่มเยาวชนได้อย่างสบายในอนาคตแต่มองไม่เห็นคนทำทีมฟุตบอลในระดับเยาวชนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาดูนักฟุตบอลรายการนี้เลย
จะมีคนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้าดูก็เป็นพวกวัยรุ่นที่เดินดวงจันทร์ว่งเท้าไป แกว่งไกวเท้ามาในสนามแบบไม่มีประโยชน์ราวกับมาแสดงตัวว่า…เราเด็กของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ ที่มีความสนใจในฟุตบอลรายการนี้แบบเดียวกัน
แต่ว่าไม่ได้เข้ามาดูเด็กฝีเท้าดีลงสนามแข่ง มาเพื่อผู้ใหญ่ได้เห็นว่า มีคนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาในสนามเท่านั้น
ก็อยากจะบอกว่า ถ้าหากคนทำทีมฟุตบอลเยาวชนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาดูฟุตบอลรายการยูธลีก แล้วเก็บข้อมูลนักเตะเก่งๆในศึกฟุตบอลรายการนี้เอาไป
ในอนาคตการส่งกลุ่มฟุตบอลเยาวชนในรุ่นอายุต่างๆแทบจะไม่ต้องเปิดคัดเลือกตัวเด็กจากทั่วทั้งประเทศให้เสียเวล่ำเวลา เสียเงินเสียทอง เพราะเหตุว่านักเตะของแท้มีรายนามอยู่ในมือแล้ว
และก็ดีใจจริงๆที่ได้ยินจากปากของ "บิ๊กน้อย" ทนุเกียรติยศ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการกีฬาอาชีพแล้วก็มวย ผู้ผลักดันฟุตบอลรายการนี้ให้เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย
ประกาศออกมาแล้วว่า ศึกยูธลีก ครั้งที่ 2 จัดการประลองขึ้นในแน่นอนเพราะเหตุว่าทาง กกท. อนุมัติงบประมาณในการจัดการประลอง ออกมาเรียบร้อยแล้ว

อัลลี่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สเปอร์ส ดีที่สุด

''อัลลี่'' เยี่ยมที่สุด??
ตอนเดินเข้ามา เขาคนนี้มีค่าเสียหายแค่ 5 ล้านปอนด์ วันนี้มูลค่าส่วนตัวของเขาไปไกลกว่านั้น เว็บทรานสเฟอร์มาร์เกต เว็บที่ประเมินราคาของนักเตะโดยประมาณตั้งค่าหัวเขาคนนี้เวลานี้เอาไว้ที่ 34 ล้านปอนด์ถ้าเกิดนำเอาไปขายในตลาดจำหน่ายเนื้อสดแต่เชื่อเถอะ เขามีมูลค่ามากยิ่งกว่านั้นใช่ครับ ผมกำลังหมายความว่า เดเล่ อัลลี่ ยอดเยี่ยมดาวรุ่งพุ่งแรงของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สเปอร์ส นาต่อนี้ไปเป็นกลุ่มที่สร้างช่องทางยิงประตูต่อเกมสูงสุด เหนือกว่าเชลซี, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล รวมทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด หนึ่งในสิ่งสำคัญก็มาจากฟอร์มของอัลลี่ประตูสุดสวยล่าสุดกับการปั่นไซด์โค้งทิ่มสามเหลี่ยมงามหยดใส่วัตฟอร์ดเป็นเครื่องการันตีว่า เขาก้าวสู่อีกระดับ ไม่ใช่ว่าจะทำประตูในกรอบเขตโทษอย่างเดียว
วันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะนับหนึ่งในฐานะเด็กวัยหนุ่มวัย 21 ปีบริบูรณ์ เด็กคนนี้สร้างความประทับใจให้ เมาริสิโอ โปเช็ตติเตียนโน่ ตลอดนับจากแจ้งเกิดสำเร็จ ตอนนี้เขาเป็นตัวจริงของกลุ่มชาติอังกฤษ ได้รับช่องทางลงเล่นทุกหน ถ้าเกิดไม่เจ็บหรือแบน ฟอร์มภาพรวมของดาวเตะที่ถือกำเนิดแถวไม่ลตัน คีนส์ ดอนส์ เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะเป็นตัวหลักทั้งกับสโมสรรวมทั้งกลุ่มชาติจนมีคำถามคำถามว่าอีกสิบปีข้างหน้า เขาจะยังเป็นคีย์แมนให้สองกลุ่มอยู่หรือไม่ ? รวมทั้งใจความสำคัญแย้งในกลุ่มอิงลิชชน หมอนี่ดียิ่งกว่าแลมพาร์ดกับพบร์ราร์ดหรือกองกลางอังกฤษเท่าที่เคยมีมา ?
ใช่หรือไม่ แต่ตามสถิติที่อัลลี่ผลิตขึ้นมาชี้ว่าเขามีอนาคตไกลแน่ๆ อายุเพิ่ง 21 ปี แล้วถ้าเทียบเคียงตอนวัยเดียวกันของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด, พอล สวัวลส์, สตีเว่น พบร์ราร์ด หรือ เดวิด เบ็คหมูแฮม เขาออกตัวได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งกว่าทุกคนโดยเฉพาะเรื่องการยิงประตูนับจากหมดยุครุ่งโรจน์ของแลมพาร์ดกับพบร์ราร์ด เราแทบจะไม่เห็นนักเตะสายกลางคนไหนกันแน่ที่มีการยิงประตูเฉียบขาดอีกเลย จวบจนกระทั่งอัลลี่ก้าวขึ้นมาเจิดสว่าง
ไม่น่าเชื่อใช่มั้ย ด้วยวัยเพียงแค่บรรลุนิติภาวะแต่สามารถครองใจได้ทั้งโปเช็ตติเตียนโน่, กุนซือสิงโต, เกจิอาจารย์ รวมทั้งแฟนบอล การที่อัลลี่มี 63 แมตช์แรกบนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เด่นเร่าร้อนสุดๆจากผลงานสุดสะเด่า 26 ประตู กับอีก 14 แอสซิสต์ เครดิตจำนวนมากต้องชูให้กุนซืออาร์เจนไตน์ที่ถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนถ้าโปเช็ตติเตียนโน่ไม่แปลงบทบาท ก็ไม่แน่ว่าอัลลี่บางทีอาจเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางปกติคนหนึ่ง คิดเฉพาะซีซั่นนี้ อัลลี่เค้นผลงานอันน่ามหัศจรรย์ในฐานะผู้เล่นตำแหน่งตัวรุก ซัดไปแล้ว 16 ประตู 5 แอสซิสต์ เทียบเท่ากับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ''กุน'' มากมายกว่า เอแด็น อาซาร์
ดาวเตะเชื้อสายไนจีเรียผู้นี้ถนัดเท้าข้างขวา เริ่มต้นสายอาชีพกับสเปอร์ส ด้วยตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ เอริก ถางเอ้อร์ ตั้งแต่ซีซั่นก่อน
การติดต่อประสานงานระหว่างอัลลี่กับถางเอ้อร์ สองสายแข้งอิงลิชได้รับคำยกยอจากรอบด้านอย่างล้นหลาม เป็นการจับคู่ที่ใช่ ทั้งสองคนอุดหนุนซึ่งกันและกัน
แต่ต้องยอมรับว่าการถูกส่งเสริมให้ปฏิบัติหน้าที่ยืนสูงขึ้นมากยิ่งกว่าเดิม มันเป็นบทบาทที่เยี่ยมที่สุดของเด็กวัยหนุ่มวัยห้าวเป้งที่ชื่ออัลลี่
ไม่ว่าโปเช็ตติเตียนโน่จะมาหมากไม้ไหน 4-2-3-1 หรือ 3-4-2-1 ไม่ใช่ปัญหาสำหรับอัลลี่ ด้วยเหตุว่าเขาเล่นที่ไหนก็ได้ทั้งกึ่งกลางหรือถ่างออกไปยืนริมเส้นด้านข้าง ไม่เคยมีคำว่าขาดเสถียรอัลลี่ยืนสูงขึ้น ไม่ต้องล้วงบอลต่ำดังเดิม ยิ่งทำให้เขาสร้างจุดเด่นให้ตนเองในเรื่องการยิงประตู ความน่าสยดสยองของสเปอร์สก็เพิ่มทวีคูณ ด้วยเหตุว่าสามารถบีบคั้นคู่ต่อสู้รอบๆหน้ากรอบเขตโทษได้ตลอดรวมทั้งทรงอานุภาพรุนแรงที่สุด ต้องชมโปเช็ตติเตียนโน่ที่กล้าเปลี่ยนแปลงแท็กติกยืดหยุ่นตามเหตุการณ์ที่พบ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด อัลลี่เป็นคนที่ควรสรรเสริญชื่นชม ด้วยเหตุว่าเขาไม่เคยหยุดที่จะปรับปรุงตนเอง ศึกษาอยู่เป็นประจำ เติมจุดเด่น ลบจุดบกพร่อง
การผนึกกำลังของอัลลี่กับ คริสเตียน เอริคเซ่น ในบทบาทเพลย์เมกเกอร์เต็มตัว ต่อให้สเปอร์สไม่ใช่กลุ่มที่ครองบอลหรือผ่านบอลแม่นสูงสุด แต่พวกเขาครองหัวหน้าฝูงสำหรับสถิติการหาช่องทางเข้ามากสุดคงจะไม่ต้องบอกสาเหตุนะครับว่าเพราะเหตุใด ?
โปเช็ตติเตียนโน่เป็นกุนซือที่เก่ง รู้วิธีการใช้งานลูกน้องดูเหมือนจะทุกคนอย่างมีคุณภาพ เขาสร้างให้สเปอร์สมีทีเด็ดหรือทีเด็ดในการเข้าทำ
จากการวางตัวอัลลี่ที่ต้องเล่นเหมือนกองหน้าคนลำดับที่สอง เน้นย้ำการเติมเข้าไปในกรอบเขตโทษ สบหาช่องว่างในการผ่านบอลหรือยิงประตูนี่แหละ
บทบาทของอัลลี่สำหรับแดนกลางซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ชัย จัดว่ามีความสลักสำคัญไม่แพ้ตัวโฮลดิ้งบอลหรือคุมจังหวะเกม ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดกองหลังคู่ต่อสู้ไม่ทันระวังก็มีสิทธิ์พบหายนะได้ทุกหน ความรับผิดชอบของอัลลี่ดูเหมือนจะง่าย แต่เอาเข้าจริงไม่ง่ายเลยควรมีความลงตัวจากการเชื่อมเกมตำแหน่งต่อตำแหน่ง วิ่งมั่วขณะใดก็จบเห่ ถ้าเกิดจะจดๆจ้องๆจะยิงประตูอย่างเดียวก็ไม่ได้อีกถ้าเกิดสถิติเชิงลึกส่วนตัวนักเตะคนนี้ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ก่อนอายุ 21 ปี) จะพบว่า ผลงานของเขาดีขึ้นเรื่อยๆก้าวไปข้างหน้าอย่างหนักแน่นอัลลี่ (63) ลงเล่นจำนวนนัดหมายน้อยกว่าแลมพาร์ด (84) แต่มีเร็กคอร์ดยิงประตู แอสซิสต์ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการได้ประตูมากยิ่งกว่า 26, 14, 40 ต่อ 10, 5, 15 ตามลำดับหรือกับพบร์ราร์ดในวัยเดียวกัน (74 นัดหมาย) ยังยิงประตูได้แค่ 8 ทำทาง 5 มีส่วนร่วมได้ประตูแค่ 13 พูดได้ว่าทุกจังหวะทุกส่วนร่วม อัลลี่ได้น้ำได้เนื้อมากยิ่งกว่าดาวเตะรุ่นพี่ในตำแหน่งกองกลางด้วยกันสัญลักษณ์ของอัลลี่ทำเป็นดีตลอดอยู่แล้ว จากจังหวะทำประตู อาศัยช่องว่างในระหว่างที่กองหลังเหม่อลอยไม่มีสมาธิเพียงพอ ก่อนรีบวิ่งเข้าสู่เขตโทษ รวมทั้งยิงประตูง่ายๆไม่สลับซับซ้อนหรือเล่นท่ายาก
รอบๆเส้น 18 หลา อัลลี่ถือเป็นนักเตะที่เคลื่อนก้าวหน้าเนียนตาขึ้น บางทีอาจจะมองขัดหูขัดตาในขั้นแรก การสอดเข้าไปทำประตูในกรอบเขตโทษ การเป็นตัวฟรีมีอิสระเกมรุกที่เยี่ยม กลายเป็นนักเตะที่สร้างแคแรกเตอร์ตนเองแจ่มแจ้ง
จวบจนกระทั่งประตูสุดสวยที่ยิงใส่วัตฟอร์ดเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา รับรองนักเตะคนนี้กับมิติหลายกว่าทำสกอร์ในแบบอย่างเดิมๆที่เราคุ้นตากันใช่ครับ อดีตกาลดาวเตะเอ็มเค ดอนส์ มีอนาคตไกลแน่ๆไม่ต้องมีความคลุมเครือสงสัยใดๆแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อนให้เอ่ยถึง
อัลลี่มีเส้นกราฟที่ดีวันดีคืนภายใต้การดูแลปกครองของอาจารย์โปเช็ตติเตียนโน่ เสียงวิภาควิจารณ์เรื่องการควบคุมอารมณ์รวมทั้งการกระทำห่ามๆบางสิ่งบางอย่างถูกกลบลงจนไม่กระเด็นน่าฟังอีกเลย
ในวันที่อัลลี่โดนคำด่าว่าจากรอบด้านเล่นงาน โปเช็ตติเตียนโน่ยืนอยู่ข้างเคียงเสมอ คอยเดินกอดคอให้กำลังใจ ต่อให้เขาจะโดนบุคคลอื่นต่อว่าต่อขาน โอ๋สมาชิกมากเกินอย่างไร แต่ผลงานวันนี้มันพิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาทำในสิ่งที่ถูก
อัลลี่เป็นนักเตะที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง เป็นจริงเป็นจังเพื่อชัย ชิงชังความแพ้พ่าย แต่ก็จำเป็นจะต้องได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่อในวิถีที่ถูกรวมทั้งเหมาะสม ซึ่งโปเช็ตติเตียนโน่ก็ทำมันสำเร็จอย่างน่ากล่าวยกย่องคงเหลืออยู่การผ่านบอลสร้างช่องทางที่ถูกต้องแค่เรื่องเดียวที่คงจะต้องเปลี่ยนแปลงอีกเล็กน้อย
อีกนั่นแหละ นับจากกุมภาพันธ์ 2015 จนกระทั่งวันนี้ ผ่านมาเพิ่งครบ 2 ปีเศษๆความเจริญมีให้เห็นได้ชัดเจน เขาไม่ใช่ผู้ไม่รู้ประสีประสาอีกต่อไป เพิ่มระดับมาตรฐานตนเองก้าวหน้าทีละนิดทีละน้อย รอคอยจนกว่าจะเป็นนักเตะกองกลางของอังกฤษที่เพอรต์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนหน้าประวัติศาสตร์

ในการปราชัยของบาสตี้

ท้ายที่สุด บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ก็ยอมแล้วนะครับ

"ยอม" ในความหมายของผม คือไม่สู้ต่อ – สู้เพื่อเอาชนะดวงใจของ โชเซ่ มูรินโญ่ ให้จงได้ หลังจากเพียรมานานโดยประมาณ 8 เดือน ท้ายที่สุดเขาก็ยอมยกธงแล้วถอดชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงทิ้งเอาไว้ เพื่อไปค้าลำแข้งในสมรภูมิลำแข้งของดาวเตะที่ใกล้ปลดระวางอย่าง เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ ในเมืองคุณลุงแซมดีมากยิ่งกว่า

ตั้งแต่แมื่อย้ายออกมาจากถ้ำเสือ เมื่อ 2015 บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งผองเพียง 35 นัดหมาย (ทุกรายการ) โดยได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 22 นัดหมาย ทำเป็น 2 ประตู
ถ้าเกิดนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก พี่แกลงเล่นไปทั้งผอง 18 นัดหมาย โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 13 นัดหมาย ซึ่งทั้งผองเกิดขึ้นในตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้จัดการกลุ่มชื่อ หฝ่าส์ ฟาน กัล นายเก่าของเขายุคอยู่ด้วยกันที่ถ้ำเสือ

สำหรับฤดูนี้ ดาวเตะที่เพื่อนพ้องๆเรียกว่า "บาสตี้" ไม่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลยสักหนึ่งครั้งเดียว แถมได้ลงตัวจริงเพียงแค่ 1 นัดหมาย ในเอฟเอ คัพ นอกนั้นได้ลงเป็นผู้เล่นสำรองในบอลถ้วยอย่าง เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และยูโรปา ลีก อีกอย่างละ 1 ครั้งเพียงแค่นั้น

เรียนตามจริงว่า "พ่อก็ไม่รู้เรื่องตุ้ม" เช่นเดียวกันว่าทำไมและทำไม ที่ปรึกษาจอมทะนงตัววัย 54 กะรัตถึงไม่ยอมใช้บริการของ บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์

เฉพาะอย่างยิ่งในระยะนี้ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเจอกับศึกหนักรอบด้าน ไม่หนำยังมีผู้เล่นสำคัญที่ทั้งเจ็บและติดโทษแบน โดยในเมษายนเพียงเดือนเดียว พวกเขาจำเป็นต้องลงเล่นอย่างซอยยิกๆๆๆๆถึง 9 นัดหมาย

ย้ำอีกครั้งว่าในเดือนหน้า พลพรรคภูติผีปีศาจแดงควรต้องลงไปในสนามถึง 9 นัดหมาย ข้างในเวลาแค่ 30 วัน แปลว่าจำเป็นต้องลงไปในสนามเฉลี่ย 3 วัน ต่อ 1 นัดหมาย เรียกว่าเตะกันให้ตายหงส์ตายห่านกันไปข้างเลยทีเดียว

แทนที่จะเปิดโอกาสอดีตกาลดาวเตะของ บาเยิร์น มิวนิค ผู้นี้ได้ลงไปช่วยกลุ่มบนฟลอร์หญ้า พ่อใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คนตอนนี้กลับยอมปลดปล่อยเขาออกจากกลุ่มแบบไม่กลัวซะอย่างนั้น!

ถามว่าทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงทำเป็นเย็นชาใส่ดาวเตะผู้นี้?

แน่นอนขอรับว่าทั้งฟอร์มการเล่นและสภาพร่างกายของ บาสเตียน ชไวนสไตเกอร์ และที่นาทีนี้ย่อมไม่ราวกับเวลาที่เป็นผู้นำกองทัพกับกลุ่มเสือใต้

เพราะเหตุว่าหากยังดังเดิม ยืนยันได้ว่า บาเยิร์น มิวนิค ไม่มีวันปลดปล่อยออกจากกลุ่มหรอก เพราะเหตุว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ขี้หวงทรัพย์สินขอรับ หากไม่หมดสภาพหรือหมดผลดีจริงๆโปรดอย่าหวังว่าจะบุกไปกระชากนักฟุตบอลออกมาจากพวกเขา ดูแบบอย่าง โอเว่น ฮากรีฟส์ โน่นอย่างไร ปลดปล่อยออกมาได้ราคาดีซะด้วย แม้กระนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เอามาใช้งานได้เพียงฤดูเดียวก็หมดอายุโดยทันที จำเป็นต้องส่งเข้าโรงซ่อมแซมแล้วไม่ยอมออกมาอีกเลย

ซะมีของ อที่นา อิวาโนวิช สุดยอดนักเทนนิสที่งาม เพียบพูนด้วยเสน่ห์ น่ารัก และแสนดีบางทีอาจไม่ใช่สุดยอดดาวเตะคนเดิม แถมผ่านพ้นจุดน้ำกระฉูดแตกของตัวเองไปและจริง กระนั้นก็ยังเพียงพอมีเหลี่ยมบอล รวมทั้งความเจนจบที่ช่วยทำให้เอาตัวรอดได้สบายๆแม้จะอยู่ในสมรภูมิลำแข้งที่ระห่ำโคตรโหดไม่กรุณาผู้ใดกันแน่อย่างพรีเมียร์ลีกก็ตาม

อายุอานามก็ยังไม่นับว่ามากมายอะไร เพิ่งจะ 32 ขวบเท่านั้นเอง อ่อนปีกว่าผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันอย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ได้ลงเล่นเป็นประจำตั้ง 4 ปี

หาก ไมเคิ่ล คาร์ริค ยังเล่นได้สบายๆบาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ก็เล่นได้ขอรับ แถมบางทีอาจเล่นได้ดีกเกี่ยวกับซ้ำ มันเป็นสมการง่ายๆที่สามารถแลเห็นได้ด้วยตาเปล่า

โน่นแปลว่ามันต้องมีเงื่อนงำบางสิ่งบางอย่าง หรือเปล่า โชเซ่ มูรินโญ่ ก็อาจต้องมีอคติกับลูกทีมคนนี้อย่างรุนแรง เพียงแค่ไม่เคยเผยออกมาในที่สาธารณะจนกระทั่งประชาชนก็ได้แม้กระนั้นคาดเดากันไปต่างๆนานา ซึ่งท่านผู้ชมทางบ้านอย่างไอ้กระผมก็คร้านที่จะเดาขอรับว่ามันทำไมกันแน่

ที่แน่ๆคือความประพฤติปฏิบัติของ โชเซ่ มูรินโญ่ มันแจ้งชัดว่าเขาไม่ไว้ใจในตัว บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ซึ่งตรงกันข้ามกับสายตาของคนส่วนใหญ่

ดูจากการส่งดาวเตะผู้นี้ลงไปในสนาม – ทั้งผองจะเป็นเกมที่เจอกับคู่แข่งขันในวรรณะน้อยกว่าจากลีกที่น้อยกว่า โดยไม่มีเกมสำคัญที่มากด้วยความหมายเลยสักนัดหมายเดียว

แค่นี้ยังไม่เพียงพอ

คือกว่าจะได้ลงเป็นผู้เล่นสำรองแต่ละครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ชอบนำห่างคู่แข่งขันแบบขาดลอยไปแล้วด้วย ซึ่งจะว่าไปมันก็ย้อนแย้งกันพอสมควร

เพราะเหตุว่าในขณะเดียวกับที่ "เฮียบาส" ถูกเย็นชา "มูมู่" กลับให้อภิสิทธิ์ผู้เล่นวัย 35 ขวบ อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทั้งที่ยังไม่ตายตัวจริงโดยอัตโมมัต แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก

คิดและน่าน้อยเนื้อต่ำใจแทนเจ้าตัวเช่นเดียวกันนะครับ ขนาดถูกผู้เป็นนายจ้างละเลยความสามารถพลางส่งลงไปฝึกซ้อมกับกลุ่มชุดเล็กราวกับกลั่นแกล้ง แม้กระนั้นพี่แกยังขยันหมั่นเพียรฝึกฝนอย่างจงหนัก โดยไม่เคยออกมาบ่นหรือออกอาการน้อยเนื้อต่ำใจ

ขนาดไม่มีชื่ออยู่ในกลุ่มก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาเชียร์เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มที่สนามทุกนัดหมาย ซึ่งมันผิดวิสัยของผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์อีหรูหราสูงทั้งหลายแหล่ที่คิดว่าตัวเองเก่งแบบเต็มประดา ทดลองเจออย่างงี้เข้าไป ยืนยันได้เลยว่าออกอาการกระด้างกระเดื่องพลางขอขึ้นบัญชีย้ายกลุ่มและกระโดดถีบก้นตัวเองออกไปนานแล้ว

แม้กระนั้นท้ายที่สุดเมื่อทำทุกๆอย่างแล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้น เปรียบเทียบราวกับเจอหินก้อนใหญ่มหึมา ถึงแม้ว่าจะผลักยังไงก็ไม่มีวันขยับเขยื้อน ถ้าเกิดฝ่าฝืนผลักต่อไปก็มีแม้กระนั้นจะเสียพลังงานและเสียเวลาไปเปล่าๆ"บาสตี้" ก็เลยเลือกที่จะเดินจากไปแบบโก้ๆราวกับพระเอกมิวสิควิดีโอสมัยโบราณขอรับ แถมเลือกไปในจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าพุ่งชนศึกหนักจากรอบทิศทางซะด้วย

ว่าแล้วขอพูดตรงๆนะครับ

ฟอร์มการเล่นในสนามและผลงานที่ บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ทิ้งเอาไว้ในชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงตลอดระยะเวลาเกือบจะ 2 ฤดูก่อนหน้านี้ แม้ว่ากันจริงๆมันก็ไม่ถึงกับน่าจำอะไรมากมาย เพียงแค่เอาตัวรอดได้แบบไม่มีความผิดพลาดอย่างน่าเกลียด เท่าที่คิดออกคือมีส่วนช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ วัตฟอร์ด ในนาทีท้ายที่สุด และการทำแต้มแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง เลสเตอร์ เมื่อฤดูที่แล้ว – อย่างหนึ่ง เพราะเหตุว่าบางทีอาจได้ลงไปสับตีนบนลานจอดหญ้าน้อยไปหน่อย อีกทั้งมิได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ซ้ำยังมักถูกอาการเจ็บลักพาตัวไปอีกต่างหาก

แม้กระนั้น "เฮียบาส" กลับเป็นที่พึงพอใจของบรรดา "เด็กผี" ทุกหมู่เหล่า เรียกว่าอยู่ในระดับขวัญใจวัยรุ่นเลยทีเดียว

โน่นคงจะเพราะเหตุว่าบุคลิกที่สง่างาม + ภาพพจน์ที่เป็นสุภาพบุรุษ + ทัศนะคติที่ดีเยี่ยมที่สุด + ความเป็นมืออาชีพ และที่สำคัญคือเป็นผู้เล่นในอุดมคติที่ผู้อุทิศวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอยากได้มาร่วมกลุ่มแบบสุดฤทธิ์ เพียงแค่กว่า บาเยิร์น มิวนิค จะยอมปล่อยตัวปล่อยใจมาที่โรงแสดงละครที่ความฝัน พี่แกก็ล่วงเลยจุดสุดยอดของตัวเองไปเป็นระเบียบ

ในเมื่อพิสูจน์ตัวเองให้ผู้เป็นนายจ้างเห็นด้วยในความพากเพียรมิได้ แปลว่าเกมนี้เขาคือผู้แพ้แบบเป็นรูปธรรมนะครับ

เพียงแค่ในความเป็นผู้แพ้นั้น เขาสามารถเอาชนะดวงใจของแฟนบอลของภูติผีปีศาจแดงได้อย่างขาดลอย เมื่อถึงวันที่จำเป็นต้องแยกทางกันจึงมีแม้กระนั้นความจำที่ดีๆเหมือนกับซึ่งมีก็แต่คนคิดถึงพลางมอบคำแสดงความชื่นชมยินดี…ขอให้โชคดี

มิสเตอร์เวนเกอร์ยอดกุนซือ จอมอันดับ 4

เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า แฟนบอลอาร์เซน่อลมีสิทธิ์ประท้วงให้กำเนิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในสโมสรหรือเปล่า เห็นและสัมผัสได้ถึงกระแสประท้วงที่เกิดขึ้นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วนี่ไม่ใช่หนแรกความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่คงหมายความได้อย่างเดียวคือ ผู้จัดการกลุ่มถ้าเกิดกล่าวถึงเรื่องสิทธิ อันนั้น่ะมีแน่ แต่ว่าถ้าเกิดพ่วงเรื่องของความเหมาะสมเข้ามารวมด้วยมันถึงน่าพิจารณา
พูดขวานผ่าซากก่อนเกมที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะนำกลุ่มไปเยี่ยม สแตมฟอร์ด บริดจ์ โอกาสที่คนไหนกันแน่จะเป็นผู้ชนะ คนจำนวนมากไม่เว้นแม้แต่แฟนปืนเองคงเห็นด้วยว่าคำตอบคือ เชลซีแต่เดิม อาร์เซน่อล เองก็มีสถิติการเจอกับเชลซีที่ไม่ค่อยงามอยู่แล้วโดยเฉพาะในพักหลัง นี่ยังเป็นการเจอกันในตอนที่เหตุการณ์ทุกๆอย่างเปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นหมด นอกจากว่านี่เป็นการเตะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ภาวะกลุ่มครบกว่า ในขณะที่อาร์เซน่อล กองกลางขาดยวบยาบ ภาวะจิตใจ เชลซี กำลังคึกและเชื่อมั่นสุดๆ ส่วนอาร์เซน่อล พึ่งจะแพ้วัตฟอร์ดคาบ้าน กำเนิดกลุ่มคำ Typical Arsenal หรือ Same old Arsenal
ถ้าเกิดไม่นับว่านี่เป็นลอนดอน ดาร์บี้ ที่อาจมีต้นสายปลายเหตุที่มองไม่เห็น ชนิดศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ อาจทำให้กลุ่มด้อยกว่างัดพลังแฝงออกมาใช้ถ้าเกิดเป็นอย่างที่ว่าคงสนุกสนานกว่าผลที่ออกมา แต่ว่าจนแล้วจนรอด อาร์เซน่อล ก็ไม่มีพลังแฝงใดๆก็ตามจะบอกให้เห็นนี่มันสะท้อนความจริงน่าวิตกกังวลที่ว่า อาร์เซน่อล ไม่เคยชนะกลุ่มท็อป 6 ด้วยกันเลยเมื่อต้องออกไปเป็นกลุ่มเยี่ยม 22 นัดเข้าไปแล้ว สถิตินี้รวมเอาแพ้ 15 และเสมอ 7 เข้าไว้ด้วยกันเรื่องของภาวะกลุ่มก็เรื่องหนึ่ง การเหลือมิดฟิลด์ตัวกลางแท้ๆเพียงผู้เดียวคือ ฟร็องสิส ก็อกโกแล็ง ทำให้ เวนเกอร์ ต้องคิดในการจัดกลุ่ม แต่ว่าที่ไม่ควรมองข้ามเป็นเรื่องของภาวะจิตใจ ภาษาบ้านๆคงต้องบอกว่า "โดนแล้วยุบ" เป็นมวยคือโดนหมัดแล้วออกอาการ
เกมที่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งเรื่องของคะแนน และศักดิ์ศรีอย่างนี้ ดวงใจต้องนิ่ง ต้องแกร่ง มิเช่นนั้นจะก่อข้อผิดพลาดพลลาดขึ้นแน่ซึ่งก็แน่ล่ะว่าถ้าเกิดพลาดในเกมระดับนี้ โอกาสโดนลงอาญามีสูงมาก ให้บังเอิญกว่านั้น เชลซี ของ คอนเต้ คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้แนวรับที่ขาดความนิ่ง และเด็ดขาด โดนฝังกลบจากความบกพร่องแบบไม่น่าเชื่อของ ปีเตอร์ เช็ก ที่เปิดบอลมาเข้าทาง เชส ฟาเบรกาส แบบดื้อรั้นๆส่งผลให้เกิดประตูที่ 3 ของเชลซี มิหนำซ้ำ นักฟุตบอลตัวเก่ง แข้งความปรารถนาของ อาร์เซน่อล ยังคงตีนบอด ปืนฝืดเหมือนเคยเมื่อเป็นเกมใหญ่ ทั้ง อเล็กสิส ซานเชซ และ เมซุต โอสิลตรงกันข้ามกับของเชลซี ไม่ว่าจะเป็น ดีเอโก้ คอสต้า, เปโดร และ เอแด็น อาซาร์ สามารถสร้างความแตกต่างให้กลุ่มได้โดยเฉพาะ อาซาร์ ที่มักเล่นดีเสมอเมื่อเป็นเกมใหญ่ นัดนี้จังหวะโซโล่ประตู 2-0 ช็อตเดียวก็พอเพียงแล้วที่ทำให้คว้า แมน ออฟ เดอะ แม็ทช์ ไปครองภาวะจิตใจสู้ไม่ได้ แล้วยังมาเจอแท็กติกของ คอนเต้ โจมตีอีก
การให้สัมภาษณ์ข้างหลังเกมของ เวนเกอร์ ยังเริ่มต้นด้วยคำที่ว่า พวกเราออกสตาร์ทเจริญ ครองบอลได้ แต่ว่าฉกฉวยโอกาสไม่ได้ หลังจากนั้นก็โดนลงอาญา โดยเชลซี กลุ่มที่ตั้งยอมรับได้ดี และสวนกลับอันตราย พวกเขาเก่งประเด็นนั้นอยู่แล้วในเมื่อ เวนเกอร์ รู้ดีว่าเชลซีเก่งเรืองการเคาน์เตอร์แอ็ทแท็ก เพราะเหตุใดไม่คิดแผนมาแก้ลำ ? เขามีแผนการอื่นหรือเปล่า เว้นเสียแต่ 4-2-3-1 ที่แค่แก้ไขปัญหาด้วยการใส่ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดอย่างมิดฟิลด์ตัวกลาง เพราะว่าขาดคน
เวนเกอร์ เคยมีวิธีการเล่นแบบอื่นหรือไม่ ในการเจอคู่ปรับที่แตกต่างกัน อาร์เซน่อล ยังคงแอพโพรชเกมด้วยวิธีที่แบบเดียวกันทุกนัดใช่ ถ้าเกิดนักฟุตบอลอยู่กันครบ มันก็คงเป็นอีกเรื่อง แต่ว่าในเมื่อกำลังหลักขาดหายไป เพราะเหตุใดไม่มีแผนการการสำรองไม่ต้องการเทียบให้ช้ำใจเล่น แต่ว่า อันโตนิโอ คอนเต้, โชเซ่ มูรินโญ่ และ เมาริสิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ยังทำความเข้าใจจากความบกพร่อง กล้าทดลองเปลี่ยนวิธีมาแล้วทั้งหมดในฤดูนี้ กองกลางที่คาดว่าจะเป็นข้อเสีย เพราะว่าเหลือ ก็อกโกแล็ง ผู้เดียวก็เป็นข้อเสียจริงๆมาว่ากล่าวช กับ ก็องเต้ เอาชนะในพื้นที่ที่มีความสำคัญในการรบได้หมด
ยิ่งกับ ก็องเต้ ที่นับวันจะยิ่งโชว์ฟอร์มเด่น เขาคือหัวใจหลักของเลสเตอร์ปีที่แล้ว และปีนี้ก็กำลังจะช่วย เชลซี ให้บรรลุผลสำเร็จแบบเดียวกัน

เวนเกอร์ พึ่งจะออกมาพูดว่า ใช่ เขาเคยเพียรพยายามซื้อ ก็องเต้ ถึง 2 ครั้ง ตั้งแต่ยังเล่นในประเทศฝรั่งเศส และซัมเมอร์ที่ผ่านมา สดๆร้อนๆคำถามที่ตามมาคือ เพราะเหตุใดไม่ได้ตัว ? ถ้าเกิดตามซื้อตั้งแต่ตอนอยู่ในประเทศฝรั่งเศสจริง เพราะเหตุใดปลดปล่อยให้ เลสเตอร์ ได้ตัวไปด้วยราคาไม่แพง นอกเหนือจากนั้นเขายังบอกอีกว่า เมื่อคุณมองเห็นปลายทางของเขา ตอนย้ายออกจาก เลสเตอร์ คุณก็ทราบเลยว่าเพราะเหตุใดหมายความว่า เชลซี น่ะเป็นกลุ่มที่ให้เงินเยอะแยะกว่าหรือ ? ผู้สื่อข่าวเพียรพยายามถามเจาะเขาพูดว่า คุณชี้แจงทุกๆอย่างในเรื่องตลาดนักฟุตบอลไม่ได้ทั้งหมดหรอกก็น่าพิจารณาว่าเพราะว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายหรือไม่ ถ้าเกิดเป็นเรื่องเงินจริงๆ
ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็องเต้ ได้ค่าเหนื่อยที่ 110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นี่เป็นเพดานค่าจ้างรายเดือนที่ อาร์เซน่อล ไม่ยินยอมจ่ายแน่ เพราะว่าดาวดังอย่าง โอสิล กับ อเล็กสิส ยังรับที่ 140,000 ปอนด์เพียงแค่นั้น
กลับกลายเป็นว่า เวนเกอร์ เลิอกซื้อ กรานิต ชาค่า เข้ามาแทน โดยรับน้อยกว่าก็องเต้ 2 หมื่นปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ว่าผลงานระหว่างสองคนคงไม่ต้องเทียบให้มากเรื่อง
อ๋อ ปัจจุบันนี้อีกอย่างที่ไม่ต้องมากเรื่องคือโอกาสลุ้นแชมป์ของ อาร์เซน่อล เมื่อห่าง 12 แต้มอย่างนี้ เว้นเสียแต่ตัวเองจะโบกมือล่ำลาไปอีกปีแล้ว ก็แทบจะเป็นการยกแชมป์ให้กลุ่มของ คอนเต้ ไปพร้อมๆ กันเลย โชคร้าย เมื่อย้อนกลับไปมองว่าตอนต้นฤดู เหตุการณ์มันตรงกันข้ามเลยเชลซี น่าจะเป็นบิ๊กกลุ่มกลุ่มแรกที่แทบจะโดนกาชื่อออกข้างหลังบุกไปโดนยำที่ เอมิเรตส์ 3-0 แบบหมดลายราชสีห์
คอนเต้ พูดว่าเขาจำคำบอกเล่าของตนเองเจริญ เขาพูดว่าปัจจุบันนี้กลุ่มเล่นไม่เป็นกลุ่ม ไม่ใช่กลุ่มที่จะบอกว่ามีลุ้นอะไรได้เลย ก่อนที่ประกาศว่านักฟุตบอลของเขาต้องทำให้เห็นว่าสามารถเล่นร่วมกันเป็นกลุ่มหนักแน่นได้ ซึ่งปัจจุบันนี้เขาพูดว่ามันเป็นแบบงั้นแล้ว เชลซีของเขาเป็นอีกทีมไปแล้ว ส่วน อาร์เซน่อล ที่กำลังเร่าร้อนกลับมาเสีย ซานว่ากล่าว กาซอร์ล่า หัวใจหลักดินแดนกึ่งกลาง บางช่วงไม่มีเงา เอคตอร์ เบเยริน
กรานิต ชาค่า ก็ขยันทำให้ตัวเองติดโทษแบน , แอรอน แรมซี่ย์ เว้นเสียแต่ฟอร์มฝืดแล้วหลังจากนั้นก็ยังเจ็บ ส่วน เอลเนนี่ย์ จะมาติดกลุ่มชาติอะไรขนาดนั้น
ช้ำใจที่สุดคือ เมื่อมองดูจากขุมกำลังมิดฟิลด์ตัวกลางแล้วมันเกินพอ ปลดปล่อย แจ็ค วิลเชียร์ ไปโลดแล่นอยู่กับ บอร์นมัธ อีกไม่ว่าจะเป็นข้อแก้ตัวใด ทั้งการที่เขาโดนแบนห้ามนั่งคุมกลุ่มข้างสนาม ซึ่งเขาเห็นด้วยว่าอารมณ์เสียที่สั่งไม่ได้ดั่งดวงใจจากบนนู้นทั้งประตูแรกที่เขายืนยันว่า เอคตอร์ เบเยริน โดนทำฟาวล์แน่ๆ ทั้งการที่เชลซี เล่น รับแล้วโต้ หรือจะเป็นการแสดงความเสียดายกับการชวดตัว ก็องเต้ (เป็นครั้งที่ล้านกว่าได้ นักฟุตบอลคนใหม่กลางแจ้งกำเนิดในพรีเมียร์ เวนเกอร์ ต้องให้สัมภาษณ์ว่าเคยจะคิดซิ้อทุกคน) ทุกๆอย่างรวมกันเข้าก็ไม่อาจจะปกปิดความจริงที่ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จัดการสิ่งต่างๆบกพร่องไปหมดได้สื่อบางเจ้าพินิจพิจารณาว่าด้วยผลงานของ อาร์เซน่อล นัดนี้ ทำให้อนาคตของ เวนเกอร์ อยู่บนการเสี่ยงอีกรอบ เสี่ยงที่จะไม่ได้คำสัญญาใหม่ในซัมเมอร์นี้ดูราวกับว่า เวนเกอร์ จะถูกมองดูเป็นแค่นักแนวทางที่ดี มากยิ่งกว่าจะเป็นผู้จัดการกลุ่มที่ดีไปแล้วอย่าลืมว่าคุณกำลังรับผิดชอบสโมสรฟุตบอลอาร์เซน่อล
อาร์เซน่อล โดนล้อว่าเป็นแค่ "มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางชั้น 4" มาตลอดนับเป็นเวลาหลายปีนี้ ในขณะที่ระดับของอาร์เซน่อลคือกลุ่มต้องลุ้นแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งขันทุกคนยังจดคิดออกถึงความดีที่ เวนเกอร์ ทำให้สโมสรมาตลอด ความสำเร็จที่เคยทำให้แฟนอาร์เซน่อลยืดอกได้อย่างภูมิใจ ก้าวขึ้นมากระทบไหล่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุครุ่งเรือง และในยุโรปก็มีแต่ว่าคนเกรงอกเกรงใจ ไม่มีผู้ใดอยากหือกับอาร์เซน่อลความจำพวกนั้นไม่มีวันเลือนหายไปจากดวงใจแฟนปืน แต่ว่าโลกหมุนไป อาร์เซน่อล ของเวนเกอร์ยังย่ำคงที่ ในขณะที่กลุ่มอื่นก้าวไปด้านหน้าเพราะเหตุใดอาร์เซน่อลยังเล่นอย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยนกลยุทธ์ เวนเกอร์ ยังทำทีมด้วยวิธีเดิมๆรักษานักฟุตบอลหลักเอาไว้ไม่ได้ ในที่สุดก็ไม่อาจจะมีกลุ่มที่หนักแน่นได้อย่างจริงๆจังเสียเชิง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ใช่ จากคำถามในตอนแรกที่ถามว่า แฟนบอลอาร์เซน่อลมีสิทธิ์หรือเปล่าในการประท้วงให้กำเนิดการเปลี่ยนแปลง คำตอบคือ ใช่ พวกเขามีสิทธิ์
มันน่าตลก ที่เกมนี้เป็นชัยสวยของเชลซี มันทำให้กลุ่มของ คอนเต้ ใกล้การเป็นแชมป์ขึ้นอีกก้าว แต่ว่ารายละเอียดหนังสือพิมพ์หัวต่างๆกลับให้น้ำหนักกับ อาร์เซน่อล ของ เวนเกอร์ มากยิ่งกว่า
แม้จะเป็นเรื่องที่พวกเราจะพบเจอกับบทสรุปเดิมๆได้อยู่แทบทุกปี แต่ว่าทุกคนก็ยังติดภาพที่ว่า อาร์เซน่อล คือกลุ่มลุ้นแชมป์ สื่อสนใจ

ส.บอลลุยประสานงานกับ เอ็คโคโน

||}

ต่อเนื่องล่าสุดประชุมเตรียมเฟ้นหาผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชาวไทยในชุดเยาวชนเพื่อเป็นในทิศทางเดียวกัน ส.บอล เดินหน้าทำงานร่วมกับ เอ็คโคโน ต่อเนื่องล่าสุดประชุมเตรียมเฟ้นหาผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชาวไทยในชุดเยาวชนเพื่อเป็นในทิศทางเดียวกัน วันที่ 7 เดือนเมษายน 2560 เวลา 13.30 น.ในห้องที่ใช้ในการประชุม War Elephant สำนักงานชมรมกีฬาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการสัมมนาปรึกษารวมทั้งวางแผนทำงานระหว่างชมรมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รวมทั้งบริษัท เอควัวโน การเซ่นสรวงอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส เพื่อให้การทำงานระหว่างชมรมฯ รวมทั้ง บริษัท เอควัวโน ใกล้เคียงรวมทั้งไปในทำนองเดียวกัน การสัมมนาครั้งนี้ประกอบไปด้วย พล.ต.อ. สมขั้น พุ่มจำพวกม่วง นายกชมรมฯ, คุณวิทยา เลาหกุล ประธานข้างพัฒนาวิธี,คุณธนะอำนาจ สุระดีที่สุด อุปนายกข้างสื่อสารองค์กร, คุณพาทิศ ศุภะดงษ์ รองเลขาธิการข้างต่างชาติฯ รวมทั้งพิธีกรชมรมฯ, มร. เบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการข้างคลับไลเซนสิง รวมทั้งผู้แทนจากข้างวิธีชมรมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ร่วมประชุมกับ มร. มิเกล เฟอรโร บาปการบริหาร บริษัท เอควัวโน การเซ่นสรวงอด ซอคเกอร์ เซอร์วิซ, มร.ฆูเลียน มาริน บาซาโล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นไม่เกิน 21 ปี รวมทั้ง มร.ซัลบาดอร์ บาเลโร การย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ภายหลังจากการสัมมนา คุณวิทยา เลาหกุล ประธานข้างพัฒนาวิธีชมรมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “ขั้นตอนแรกพวกเราจะต้องวางโปรแกรมให้กับทาง เอควัวโน จากนั้นจะเป็นเรื่องของการค้นหาผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ซึ่งพวกเราจะใช้ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนที่เป็นชาวไทย ตอนนี้มีผู้ฝึกสอนมาสมัครมากมาย ซึ่งพวกเราจะให้ทาง เอควัวโน สัมภาษณ์ผู้สมัครเองทั้งสิ้น ผมคิดว่าผู้ฝึกสอนที่เข้ามาทำงานกับพวกเราจะได้ประโยชน์รวมทั้งส่งผลดีต่อฟุตบอลไทยด้วย ผู้ฝึกสอนแต่ละคนที่เข้ามาทำงานตรงนี้จะต้องสามารถทำงานเต็มเวลา รวมทั้งมีความสามารถทางภาษา สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้” “จากนั้นในตอนต้นปี 2561 พวกเราจะเริ่มเลือกผู้เล่นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี เข้าไปอติดอยู่เดมีของชมรมฟุตบอลฯ เมื่อได้นักฟุตบอลพวกเราจะมีการฝึกหัดแบบขมักเขม้น ทั้งนี้พวกเราจะต้องทำงานร่วมกับเอควัวโน รวมทั้งสมาคม เพื่อจะได้ทำงานด้วยกันได้อย่างมีระบบ เป็นการพัฒนาฟุตบอลร่วมกัน พวกเราอาจให้นักฟุตบอลจากสมาคมมาฝึกซ้อมกับพวกเราสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก่อนที่จะให้กลับไปสมาคม ตรงนี้นับว่าเป็นงานที่ท้ามากสำหรับผม เนื่องจากพวกเราจะเริ่มสร้างนักฟุตบอลใหม่รวมทั้งใช้นักฟุตบอลที่มีอยู่ในสมาคมมาทำงานด้วยกัน ผมเองจึงควรพาทีมงานจากเอควัวโน ไปทำความรู้จักกับทุกสมาคมด้วย

มิดเดิลสโบรห์ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผีแดง ที่ขาดผู้เล่นตัวสำคัญ จะบุกเก็บสามแต้มจาก มิดเดิลสโบรห์ ได้หรือไม่ มาวิเคราะห์ก่อนเกมกันเลย!

ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN SPORTS 1, PPTV

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม เวลา 19.00 น.

ผีแดง มีปัญหาในการจัดทัพพอสมควร1เมื่อจะไม่มี พอล ป๊อกบา, ดาลีย์ บลินด์W88และ เวย์น รูนีย์ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ อันเดอร์ เอร์เรรา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็ติดโทษแบนลงสนามไม่ได้เช่นกัน กองหลังใช้ คริส สมอลลิง จับคู่กับ ฟิล โจนส์ แดนกลาง มารูยาน เฟลไลนี จะประสานงานกับ ไมเคิล คาร์ริค แนวรุก เฮนริค มคิตาร์ยาน จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ อองโตนีย์ มาร์กซิยาล และ ฮวน มาต้า ขณะที่หน้าเป้าปรับมาใช้ มาร์คัส แรชฟอร์ด

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

มิดเดิลสโบรห์ I บัลเดส(GK), บาร์ราแกน, ฟราย, กิ๊บสัน, ฟาบิโอ, ตราโอเร, เคลย์ตัน, เด รูน, ดาวนิง, รามิเรซ, เนเกรโด้

แมนฯยูไนเต็ด I เด เฮอา(GK), วาเลนเซีย, สมอลลิง,โจนส์, ดาร์เมียน, คาร์ริค, เฟลไลนี, มาร์กซิยาล, มคิตาร์ยาน, มาต้า,  แรชฟอร์ด

 

เดอะค็อปต่อสัญญา ลัลลาน่า 3 ปีอ็อพชั่นขยาย 1 ปี

เดอะค็อปประกาศยืนยันว่าสโมสรได้ทําการต่อสัญญาอดัม ลัลลาน่ามิดฟิลด์จอมม้วนของทีมออกไปอีก 3 ปีพร้อมอ็อพชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปีโดยจะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

นักเตะวัย 28 ปีย้ายมาอยู่กับเดอะค็อปเมื่อเดือนมิถูนายนปี 2014 โดยลงสนามไปแล้วทั้งหมด 117 เกมทําไปได้ 20 ประตู

 

''ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้อยู่ที่นี่ เรามีทีมที่ดีและกุนซือระดับโลก''

”กุหลาบไฟ” สั่งไล่ออก”คอยล์” เซ่นฟอร์มหวย

''กุหลาบไฟ''แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ตัดสินใจไล่ โอเว่น คอยล์ ออกจากตําแหน่งนายใหญ่หลังจากทําผลงานได้อย่างยํ่าแยจนแบล็คเบิร์นอยู่อันดับรองบ๊วยของศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพแถมนัดล่าสุดยังเปิดบ้านพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปด้วยแต้ม 1-2

 

คอยล์ พึ่งเซ็นสัญญาคุม แบล็คเบิร์น ด้วยสัญญา 2 ปีเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

 

โดยผลงานคุมทีม 5 นัดหลังสุดของนายใหญ่วัย 50 ปีทําได้เพียงชนะแค่เกมเดียวจาก 5 เกมหลังสุดและแพ้ไปถึง 3 จนแบล็คเบิร์นจมอยู่อันดับรองบ๊วยของตารางลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

 

''แบล็คเบิร์น โรเวอร์สขอประกาศว่าโอเว่น คอยล์ได้พ้นจากบทบาทผู้จัดการทีมแบล็คเบิร์น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย''

ลูคัส เผยเกือบลาลิเวอร์พูลยุคปู่รอย

ลูคัส เลว่าแข้งสารพัดตําแหน่งของ หงส์แดง เปิดเผยว่าตัวเขาเกือบที่จะอําลาสโมสรไปสมัยรอย ฮ็อดจ์สันเข้ารับคุมทีมหงส์แดงในปี 2010

 

ลูคัสวัย 30 ปีเป็นนักเตะคนโปรดของ ราฟา เบนิเตซโดย เบนิเตซ ได้ดึงเขามาจาก เกรมิโอ้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2007

 

ทั้งนี้ ลูคัส ได้ร่วมงานกับกุนซือหงส์แดงมาแล้วถึง 5 คนไม่ว่าจะเป็น ราฟา เบนิเตซ,ฮ็อดจ์สัน, เคนนี่ ดัลกลิช, แบรนแดน ร็อดเจอร์สและเยอร์เก้น คล็อปป์

 

''ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อกุนซือใหม่เข้ามา แต่มาสเคราโน่ได้ตัดสินใจย้ายออกไป ผมเลยต้องอยู่''